[x] ปิดหน้าต่างนี้
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
องค์การบริหารส่วนตำบลตะโละแมะนายินดีต้อนรับทุกท่านครับ
เมนูหลัก
เมนูทั่วไป
ลิ้งเว็บไซด์ที่เกี่ยวข้อง
ลิ้งหน่วยงานอื่นๆ

  

   เว็บบอร์ด >> ห้องทั่วไป >>
VAR ทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง  VIEW : 15    
โดย d

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 13
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 2
Exp : 100%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 82.102.31.xxx

 
เมื่อ : อังคาร ที่ 5 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2562 เวลา 17:09:16   





เราคงจะได้เห็นการใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ เริ่มตั้งแต่ ช้าง เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ และ โตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาลหน้าทุกสนาม ซึ่งถือเป็นการเข้าสู่ยุคใหม่ของฟุตบอลไทยอย่างแท้จริง

Geographic Restriction
This content is not available in your location.
VIDEO : 5 ประตูยอดเยี่ยม โตโยต้า ไทยลีก สัปดาห์ที่ 30

ล่าสุด สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ บริษัท ไทยลีก จำกัด ได้จัดพิธีเปิดใช้งาน ศูนย์วีดีโอช่วยการตัดสิน (VAR) ขึ้น เมื่อวันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2562

โดยก่อนที่ฟุตบอลไทยจะเริ่มใช้ VAR อย่างเป็นทางการ FOX Sports Thailand ของพาผู้อ่านทุกท่านมาทำความเข้าใจการใช้เทคโนโลยีนี้อย่างลึกซึ้ง VAR ใช้งานอย่างไรและใครมีสิทธิทำหน้าที่บ้าง? ไปติดตามกันได้เลย


VAR คืออะไร?
VAR หรือ Video Assistant Referee คือระบบการตัดสินโดยใช้ภาพรีเพลย์หรือไฮไลต์การแข่งขัน เพื่อช่วยเหลือกรรมการผู้ตัดสินในสนามให้สามารถ ย้อนกลับไปดูเหตุการณ์เพื่อการตัดสินใจที่ชัดเจนขึ้น

โดยปรัชญาของการใช้เทคโนโลยีนี้คือ “Minimum interference – maximum benefit”

“การแทรงแซงที่น้อยที่สุด – ที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ที่มากที่สุด”

 

ใช้ตอนไหนได้บ้าง?
เป้าหมายของ VAR นั้น ไม่ใช่การทำให้ทุกการตัดสินถูกต้อง 100% เพราะมันจะทำลายจังหวะและอารมของเกมการแข่งขัน

VAR สามารถแทรงแซงได้ในกรณีที่ ‘มีข้อผิดพลาดที่ชัดแจ้งและชัดเจน’ หรือ ‘เหตุการณ์สำคัญที่ผู้ตัดสินไม่เห็น’ ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนผลการแข่งขัน ประกอบไปด้วย

จังหวะเป็นประตู/ ไม่เป็นประตู
จังหวะจุดโทษ/ ไม่จุดโทษ และเหตุการณ์ที่เกิดการรุกที่เกิดขึ้นก่อนจะมาเป็นจุดโทษ
จังหวะใบแดงโดยตรง (ไม่ใช่จังหวะใบเหลืองที่สอง)
ระบุตัวผู้เล่นผิดพลาด (เมื่อผู้ตัดสินคาดโทษ หรือ ไล่ออกผู้เล่นผิดคน)
โดยผู้ตัดสิน/ผู้ช่วยผู้ตัดสิน จำเป็นต้องตัดสินใจเบื้องต้นก่อน (รวมถึงการตัดสินใจว่าไม่มีการกระทำผิด) ซึ่งจะมีการเปลี่ยนคำตัดสินถ้าภาพช้าแสดงให้เห็นว่ามีการสินที่ผิดพลาดอย่างชัดแจ้งและชัดเจน


นอกจากนี้ยังสามารถมีการตรวจสอบสำหรับเหตุการณ์สำคัญที่ผู้ตัดสินไม่เห็น เช่น การเล่นนอกเกมที่ส่งผลต่อใบแดง พร้อมกับสามารถตรวจสอบเหตุการณ์ที่มีการกระทำผิดของฝ่ายรุก ก่อนที่จะเป็นประตู หรือ จุดโทษ

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเรียกดู VAR ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้ตัดสินเท่านั้น VAR สามารถแนะนำให้ผู้ตัดสินทำการเรียกดู VAR ได้ และคำตัดสินสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับผู้ตัดสินเสมอ

นอกจากนี้ การใช้ VAR จะไม่มีเวลาจำกัดในการตรวจสอบ เพราะความแม่นยำสำคัญกว่าความรวดเร็วในการตรวจสอบ ซึ่งการแข่งขันจะไม่ถือว่าเป็นโมฆะ หากมีการผิดพลาดทางเทคนิคหรือการตัดสินผิดพลาดเกี่ยวกับ VAR และทุกการแข่งขันใช้หลักการ VAR เดียวกันทั้งสิ้น

มีวิธีใช้งานอย่างไร?
VAR จะทำการตรวจสอบอัตโนมัติ ในทุกกรณีที่ส่งผลต่อจังหวะเป็นประตู จังหวะจุดโทษ และ จังหวะใบแดง ผู้เล่นหรือผู้ฝึกสอน ไม่จำเป็นต้องขอให้มีการตรวจสอบ VAR

ผู้ตัดสินสามารถหยุดเกมเพื่อทำการตรวจสอบ หากทั้งสองทีมไม่ได้อยู่ในตำแหน่งการรุกที่ดี

หากมีการหยุดเกมเพื่อตรวจสอบ ผู้ตัดสินจะยกมือข้างหนึ่งมาไว้ที่หู และเอามือมีอีกข้างยื่นออกไปข้างหน้า เพื่อแสดงให้ผู้เล่นชลอการเริ่มเล่นระหว่างการตรวจสอบ


หลังจากการตรวจสอบโดย VAR สิ้นสุดลงแล้ว ผู้ตัดสินจะอนุญาตให้เริ่มเล่น โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงคำตัดสินเดิม หรือ แสดงสัญลักษณ์จอทีวี เพื่อแสดงให้เห็นว่าจะมีการตรวจสอบ ในกรณีที่ ‘มีข้อผิดพลาดที่ชัดแจ้งและชัดเจน’ หรือ ‘เหตุการณ์สำคัญที่ผู้ตัดสินไม่เห็น’

การตัดสินเกี่ยวกับกรณีที่เป็นความจริง (เช่นเหตุการณ์ล้ำหน้า หรือ บอลออกนอกสนาม) ผู้ตัดสินสามารถตัดสินใจได้เลยจากข้อมูลที่ได้รับจาก VAR ขณะที่การตัดสินเกี่ยวกับกรณีที่เป็นความคิดเห็น ผู้ตัดสินจะทำการขอเรียกดู VAR ภาพช้าข้างสนามเพื่อประกอบการตัดสินใจ

หลังจากที่ผู้ตัดสินได้ทำการตรวจสอบแล้ว ผู้ตัดสินจะแสดงสัญลักษณ์จอทีวีอีกครั้ง และให้คำตัดสินครั้งสุดท้าย รวมถึงการคาดโทษหรือไล่ออกผู้เล่นหากมีกรณีที่ทำผิดกฎกติกา

 

ใครมีสิทธิทำหน้าที่?
การทำหน้าที่ VAR เกิดขึ้นที่ห้อง VAR (VOR) – เฉพาะทีมงานผู้ตัดสินที่ทำหน้าที่ VAR และเจ้าหน้าที่เทคนิคสามารถอยู่ในห้อง VAR ระหว่างเกมการแข่งขัน

สำหรับการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ จะมีทีมงานผู้ตัดสิน VAR สามคน ที่เป็นผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสินระดับชั้น 1

ตำแหน่ง VAR คือผู้ตัดสินที่มีหน้าที่เป็นผู้นำของทีมงาน VAR และเป็นคนสื่อสารหลักกับผู้ตัดสินในสนาม

ตำแหน่ง AVAR1 คือผู้ช่วยผู้ตัดสินที่มีหน้าที่คอยช่วย VAR ตรวจสอบเหตุการณ์ต่างๆ เช่นเหตุการณ์ล้ำหน้าหรือการทำผิดกฎกติกาอื่นๆ โดย AVAR1 จะทำการดูเหตุการณ์สดระหว่างที่ VAR ทำการตรวจสอบ

ตำแหน่ง AVAR2 คือผู้ตัดสินที่มีหน้าที่เสริมคอยช่วย VAR ตรวจสอบเหตุการณ์ต่างๆ ที่ยากหรือซับซ้อน

ทีมงานผู้ตัดสิน VAR จะทำงานกับเจ้าหน้าที่ replay operator ที่มีหน้าที่ในการหามุมกล้องและภาพช้าที่ชัดเจนที่สุดในความเร็วที่ดีที่สุด

ขั้นตอนการใช้ VAR
VAR แจ้งกับผู้ตัดสินในสนามว่าอาจจะมีการตรวสอบ

CHECK


ผู้ตัดสินในสนามแสดงสัญลักษณ์การตรวจสอบโดย VAR เพื่อให้ทีมชลอการเริ่มเล่น

REVIEW


ผู้ตัดสินในสนามแสดงสัญลักษณ์ทีวีว่าการตรวจสอบโดย VAR ได้เริ่มขึ้น

การตัดสินเกี่ยวกับกรณีที่เป็นความจริง (เช่นเหตุการณ์ล้ำหน้า หรือ บอลออกนอกสนาม) ผู้ตัดสินสามารถตัดสินใจได้เลยจากข้อมูลที่ได้รับจาก VAR โดยที่จะไม่ดูภาพช้าข้างสนาม

การตัดสินเกี่ยวกับกรณีที่เป็นความคิดเห็น ผู้ตัดสินจะทำการขอเรียกดู VAR ภาพช้าข้างสนามเพื่อประกอบการตัดสินใจ


หลังจากที่ผู้ตัดสินได้ทำการตรวจสอบแล้ว ผู้ตัดสินจะแสดงสัญลักษณ์จอทีวีอีกครั้ง


และให้คำตัดสินครั้งสุดท้าย รวมถึงการคาดโทษหรือไล่ออกผู้เล่นหากมีกรณีที่ทำผิดกฎกติกา


ทั้งนี้ ระบบวีดีโอช่วยการตัดสิน (VAR) จะเริ่มใช้อย่างเป็นทางการครั้งแรก ในเกมช้าง เอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ ระหว่าง การท่าเรือ เอฟซี พบ ราชบุรี เอฟซี ในวันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2562 ก่อนจะเริ่มใช้ในการแข่งขัน โตโยต้า ไทยลีก 2020 ทุกเกมการแข่งขัน



สนันสนุนโดยเว็บไซต์ เวปบอล
ศึกษาวิธีการใช้งาน เวปบอล